.....
     และในที่สุด ก็เดินมาถึงโรงแรมมะกะธานีจนได้ นึกว่าจะเสียเส้นผมอันดกดำให้แก่ความสยองเสียแล้ว อย่างน้อยการเดินตากแดดกลับครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้พบเส้นทางวิ่งขึ้นที่สูงถ้า เกิดมีคลื่นสึนามิถล่มเกาะหมาก ว่าแต่ถ้ามันมาจริงๆคงจะปีนขึ้นยอดต้นคูนหน้าห้องพักก่อนแน่ๆๆ 5555++++

    ไหนๆห้ต้องเดินผ่านโรงแรมนี้แล้วก้เข้าไปสอดส่องอีกรอบดีกว่าเผื่อเจออะไรดีๆแบบติดชัตเตอร์บ้างไรบ้าง



ขอ ยืนยันว่าเงียบมากกกกกกกกกกกก  ไม่พบเจอแขกที่เข้าพักเลย ยังดีที่ว่ามันอยู่ติดทะเลจึงได้ยินเสียงคลื่นเสียงลมเป็นเพื่อน แต่ก้ถ่ายรูปไปประหวั่นไป อิอิ.


สระว่ายน้ำแฟนตาซีขนาดกำลังดี แต่กลับไม่มีใครเล่นเลย บรึ๋ยยยยยยยยยยย!





เงียบจริงไรจริง





หลอนตูได้อีกกกกกกกกกกกกกก...ความเงียบเอ๋ย.



        ผมจึงถือโอกาสเดินตัดลงหน้าหาดไปเลยเพื่อทำให้หัวใจสั่นน้อยลง อย่างในท่ามกลางความเงียบก็ยังจะพอหาความโชคดีได้บ้างเพราะวันนี้เจอวุ้มน วดแผนไทยเปิดให้บริการ เย้ๆๆๆๆ...


   หลังจากที่ครั่นเนื้อครั่นตัวมาหลายวันแล้วแต่ก้ไม่ได้นวดสักที เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้ไม่มีแขกก็จะเปิดบ้างไม่เปิดบ้าง ยิ่งช่งก่อนเที่ยวอย่าได้หวังเพราะพวกเธอออกไปแคะหอยตรงโขดหินหน้าที่พัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำลงมากที่สุดพอดี  บร๊ะๆๆ สำบายดีแท้อีนางเิ้ย ฮิ้ววววววววววว
    แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ขอจัดเต็มนวดหนึ่งชั่วโมงเลย พี่แกใจดีแถมให้อีกครึ่งชั่วโมง และที่สำคัญแกบอกว่าผมเป็นลูกค้าคนแรกของแกวันนี้เลย พี่แกจึงปล่อยพลังสุดฤทธิ์เช่นกัน เล่นเอาเส้นสายกระดูกกระเดี้ยวผมแทบสลายร่าง แต่ก็เบาตัวดีมากกกกกกกกกกกกๆเลย



     วันนี้เป็นการท่องเที่ยวที่สนุกมากอีกวันหนึ่งถึงจะมาคนเดียวก็เหอะ  ผมขอปิดท้ายด้วยอาหารเย็นแบบเบาๆปราศจากข้าวแล้วกัน เพราะยังแน่นท้องจากนาซีโกแรงที่ เกาหมากรีสอร์ท...

    ปิดท้ายของวันด้วย เบียร์เย็นๆ  ป่อเปี๊ยะทอด และปลาหมึกซุบแป้งทอด มันดูแล้วเหมือนกับแกล้มมากว่าอาหารเย็นว่าไหมครับ








                          .......................................................................
  หลังจากอิ่มหมีพลีมันกับมื้อกางวันจนพุงกางและเอนกายได้หนึ่งงีบ  ก็กำลังคิดว่าจะกลับบ้านเกาะหมากรีสร์อท วึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะยังไง จะเหมารถกลับก็ 150 บาท แต่ประเด็นคือมันหาไม่ง่ายเหมือนโบกแท็กซี่ หรือจะขอติดรถชาวบ้านที่เขาผ่านมาก็ไม่น่าจะเข้าทางเพราะไอ้เรามันก็คนหน้า บาง(ซึ่งอันทีืจริงแลดูน่ากลัวจนเขาไม่อยากให้ติดรถมากกว่า) จึงเลือกข้อสุดท้ายคือ เดินกลับทางที่รถรีสร์อทมาส่งแต่แรกนั่นน่าจะดีที่สุดเพราะลองคำนวนแล้ว ไม่น่าจะเกิน1.5 กิโลเมตร....ลุยต่อนะ


เดิน ลัดออกมาจากห้องอาหารของ เกาะหมากรีสร์อทก็จะเจอคลองน้ำเขียวอยู่ด้านหลังน่าพาเรือเล่นถ้าไม่กลัว รังสีอำมหิตของแดดตอนบ่ายต้นๆ อาจจะโดนเผาเกรียมจนตายได้


พอหลุด จากคลองนี้ก็จะเป็นทางเดินขึ้นเนินตลอด ทิวทัศน์ที่มองเห็นก็จะแปลกตาออกไป ซึ่งมาน่าแปลกมากเพราะว่าตอนนั่งมาไม่ได้ค่อยๆเก็บรายละเอียดขนาดนี้ สรุปแล้วการเดินทำให้เราเห็นมุมมองที่สวยงามแปลกตาออกไปแบบเนิบนาบ...

ที่พักแรกที่เจอเมื่อเดินขึ้นถึงจุดสูงสุดของเนินเขา..

ชื่อ ตามภาพด้านบนเลยครับ  ผมว่าที่พันี้น่าจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน เพราะสียังดูใหม่สวนหย่อมหรือว่า ไม่ใหญ่ยังดูไม่ค่อยเนียน ประมารว่ายกมาปลูกทั้งต้นแต่ใบและกิ่งกานยังไม่ค่อยจะงอกดี

       โรงแรมนี้ไม่ติดหาดเพราะตั้งอยุ่บนเนินเขา แต่น่าจะมีสระว่ายน้ำแบบหมิ่นเนินเขาเห็นวิวทะเล แต่ว่าหากว่าใครอยากจะลงไปเล่นน้ำทะเลเขาก็มีรถไว้ให้บริการ เลือกเลยครับว่าจะไปหาดไหน





แต่ที่น่าน่าจะราคาแพงเพราะไม่...


เขา คงต้องการจะเก้บความเป็นส่วนตัวไว้ให้แขกที่พัก ประมาณว่าห้องอาหารหรือคอฟฟี่ช้อปก้ไม่ให้ใครว็อคอินเข้าไปทั้งนั้น และตั้งแต่ผมเที่ยวแสกนกรรมมาทั่วเกาะหมากแห่งนี้ทุกหาด เพิ่งเคยเห็นป้าย แบบนี้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ที่อื่นๆเขาให่เดินส่องกันไปมาแบบทะลุปรุโป่ง.....ปล่อยเขาไฮโซเรื่อยเปื่อย ของเขาไปเหอะนะ...




เดินเลยไปหน่อยก็จะเจอ กู๊ดไทมส์รีสอร์ทอยู่ทางขาวมือ
.










หลังจากที่เดินลงเนินมาสักหนึ่งหอบแลไปทางฝั่งซ้อยมือที่จะเดินไปทางอ่าวขาวก็จะเจอที่พักอีกสองที่คือ...







ขอ สารภาพว่าระหว่างที่เดินกลับมาคนเดียวนั้น มันเป็นบรรยกาศที่สุดจะบรรยายจริงๆ ทั้งอิ่มเอมใจที่ได้เดินชมธรรมชาติสวยๆ แต่อีกใจก้ประหวั่นพรั่นพรึงมาก เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะช่วงระยะเวลาที่ผมเดินกลับหลังจาหหลุดจากรีสอร์ทไฮโซบนเนินเขาไปแล้ว ไม่พบเจอผู้คนเลย เหมือนเดินคนเดียวบนเกาะ แล้วยิ่งผ่านสองโรงแรมหลังนี่ไม่แน่ใจว่ามันเปิดบริการหรือมีคนพักไหม มันเงียบมากกกกกกกกกกกกกกกก.... เงียบจนชวนให้จินตนาการว่า ......มันต้องมีผีแน่ๆๆ  เอาเป็นว่าผ่านสองโรงแรมนี้ ผมเดินไปขนลุกไป นี่ยังโชคดีที่ไม่ได้ฟังรายการของคุณป๋อง ร้อยหนึ่งไปก่อน ไม่เช่นนั้นหัวโกร๋นแน่ๆๆ







ในที่สุด...


    ก่อนจบตอนที่แล้วได้ทิ้งประโยคเกี่ยวไว้ว่า  "แต่ คุณรู้ไหมครับว่า "เกาะขาม" ที่สวยงามแห่งนี้กำลังจะพลิกโฉมไปแบบกู่ไม่ กลับ?.........................................................."

    การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ยิ่งด้วยยุคสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมักจะมีข้ออ้างว่าเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญขึ้น อารมณ์เดียวกับประโยคที่ว่า "คุณต้องยอมสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป เพื่อให้ได้บางสิ่งบางอย่างมา" แต่ประเด็นคือ แล้วมันคุ้มไหมกับสิ่งที่คุณต้องแลกมา....

   เป็นการเกริ่นนำที่ชวนเวียนหัวมากกกกกกกกก 5555+++ อย่างว่าแหละครับคนสมัยนี้ไม่ค่อยได้เขียนหนังสือกันอย่างจริงจัง จึงทำให้เวลาจะเขียนสื่ออะไรออกไปอาจจะคลาดเคลื่อนจากความหมายที่ต้องการที่ จะสื่อไปบ้างพอสมควร แต่บางทีผมคิดว่า ออกทะเลไปเลย


    กลับเข้าฝั่งด่วนนน...  จากตอนที่แล้วที่ผมได้ไปเที่ยวเกาะขาม ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเกาะหมาก จ.ตราด เราได้รับชมความสวยงามไปบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ ผมจะนำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่แปลกตาออกไป

   เนื่องด้วยเกาะขามเป็นเกาะของเอกชนที่สวยงามมาก เมื่อสามสี่ปีที่แล้วผมเคยเข้ามาหาข้อมูลของเกาะนี้ตามเวปไซต์ต่างๆ ข้อมูลหลายแหล่งตรงกันว่า เกาะนี้เป็นเกาะขนาดเล็กที่สวยงามมาก มีหาดทรายขาวละเอียดดุจแป้งเด็ก น้ำทะเลสีเขียวมรกต ประการังอุดมสมบูรณ์ มีกวางน้อยในสวนมะพร้าวด้วย แต่่...

    วันนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป สิ่งแรกที่สังเกตุได้ง่ายๆเลยก็คือเมื่อเรือจอดที่หาด เราจะต้องผ่านแนวประการังมาก่อน จากที่ผมเห็น รู้สึกตกใจมาก เพราะประการังมันยับเยินมาก มันราบเรียบหักพังไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

    ที่สำคัญตอนนี้บนเกาะแห่งนี้กำลังเริ่งก่อสร้างโรงแรมที่พักระดับห้าดาวเพื่อให้ทันเปิดบริการในสิ้นปีนี้...



ประเมินคร่าวๆด้วยสายตาแล้วน่าจะมีห้องพักไม่ต่ำกว่า 30 ห้อง



มันเข้ากับสถานที่ไหมนะ...
















    หาดทรายหน้าที่พักแห่งนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการนำทรายมาถมเพิ่มให้มันงอก ยาวออกไปมากกว่าเดิมเพราะเมื่อได้เดินดูใกล้แล้วจะพบว่า หาดทรายถึงแม้ว่าจะขาดเนียนทั้งหาด แต่ก็จะพบว่ามันจะเป็นเหมือนกับทรายสองสีที่มันซ้อนต่อกัน




     ประเด็นคือ ตามความคิดผมนะครับ แสดงว่าเมื่อก่อนก่อนที่เขาจะเริ่มสร้างโรงแรมแห่งนี้ บริเวณหน้าหาดมันน่าจะต้องเป็นอ่าวเล็กๆที่ลึกเข้ามาชิดหาดมากกว่านี้ แต่พอถมหาดไปเพื่อเพิ่มความยาวของหน้าหาดหรืออะไรก้แล้วแต่ จึงทำให้กระแสน้ำที่มันเคยไหลเวียนวน เปลี่ยนทิศทางไป...

   และผลที่ตามมาอย่างใหญ่หลวงก็คือ น้ำเน่า แบบน่ากลัวมาก ประมาณว่า ไหลมาจากคลองแสนแสบก็ไม่ปาน ถ้าได้ไปยืนใกล้ๆ มันมีกลิ่นเหม็นเหมือนผสมสารเคมีด้วยครับ



สลดใจ...



  ไม่แน่นะครับถ้าทีนี่สร้างเสร็จ ขเาอาจจะไม่ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นขึ้นเกาะเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของแขก ที่พักในโรงแรมบนเกาะ คือ ประมาณว่าถ้าใครอยากไปเที่ยวบนเกาะนี้ก็ต้องพักบนเกาะนี้เท่านั้น ผมว่าคืนนึงไม่ต่ำกว่า 5000 บาทแน่ๆ.


     ถ้าเป็นไปได้ ใครที่ไปเที่ยวหลังจากที่โรงแรมนี้เปิด ช่วยบอกด้วยนะครับว่า น้ำหน้าหาดนี้ เปลี่ยนกลับไปเป็นสีเขียวมรกตเหมือนเดิมหรือยัง


     โอเครครับ หลังจากที่สำรวจเกาะขามอยู่หนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลากลับเข้าเกาะหมาก เพื่อหาอาหารกลางวันเติมพลังกัน


   กลางวันนี้ฝากท้องไว้ที่ ห้องอาหารของ เกาะหมากรีสร์อท อีกครั้งเพราะอาหารที่นี่อร่อย บรรยกาศก็ดี

   เปิดตัวดับร้อนด้วย campari orange อีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้องๆบาร์เทนเดอร์ แซ่บมาก เพราะเพิ่ม campari ดับเบิ้ลช็อท ให้ผมเลยแต่ที่าำคัญราคาเท่าเดิม(ปล.เพราะครั้งที่แล้วให้ทิปน้องเขาไป 555+++) คอจะพับก่อนที่จะได้กินข้าวเที่ยงไหมล่ะนี่ อิอิ



   มื้อเที่ยงวันนี้ จีดเต็มด้วย ข้าวผัดสไตล์อินโดนีเซีย(nasi goreang) กับ ต้มข่าทะเล



   จริงๆแล้วถ้าไม่บ้าพลังความหิวเพราะแรงแดดแล้ว ผมคิดว่า แค่ต้มข่าทะเลกับข้าวสวยหนึ่งจาน ก็น่าจะอิ่มจนจุกคอหอยแล้ว



    นาซีโกแรง ถ้าเต็มยศนี่ จะเป็นข้าวผัดออกรสหวานเหมือนผัดใส่น้ำพริกเผาใส่กุ้ง มีไข่ดาว ไก่ย่างหนึ่งน่อง หมูสเต๊ะ พร้อมเครื่องเคียงคือ น้ำจิ้ม กับ อาจาดหนึ่งชุด และ ข้ามเกรียบกุ้ง...