.....
     และในที่สุด ก็เดินมาถึงโรงแรมมะกะธานีจนได้ นึกว่าจะเสียเส้นผมอันดกดำให้แก่ความสยองเสียแล้ว อย่างน้อยการเดินตากแดดกลับครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้พบเส้นทางวิ่งขึ้นที่สูงถ้า เกิดมีคลื่นสึนามิถล่มเกาะหมาก ว่าแต่ถ้ามันมาจริงๆคงจะปีนขึ้นยอดต้นคูนหน้าห้องพักก่อนแน่ๆๆ 5555++++

    ไหนๆห้ต้องเดินผ่านโรงแรมนี้แล้วก้เข้าไปสอดส่องอีกรอบดีกว่าเผื่อเจออะไรดีๆแบบติดชัตเตอร์บ้างไรบ้าง



ขอ ยืนยันว่าเงียบมากกกกกกกกกกกก  ไม่พบเจอแขกที่เข้าพักเลย ยังดีที่ว่ามันอยู่ติดทะเลจึงได้ยินเสียงคลื่นเสียงลมเป็นเพื่อน แต่ก้ถ่ายรูปไปประหวั่นไป อิอิ.


สระว่ายน้ำแฟนตาซีขนาดกำลังดี แต่กลับไม่มีใครเล่นเลย บรึ๋ยยยยยยยยยยย!





เงียบจริงไรจริง





หลอนตูได้อีกกกกกกกกกกกกกก...ความเงียบเอ๋ย.



        ผมจึงถือโอกาสเดินตัดลงหน้าหาดไปเลยเพื่อทำให้หัวใจสั่นน้อยลง อย่างในท่ามกลางความเงียบก็ยังจะพอหาความโชคดีได้บ้างเพราะวันนี้เจอวุ้มน วดแผนไทยเปิดให้บริการ เย้ๆๆๆๆ...


   หลังจากที่ครั่นเนื้อครั่นตัวมาหลายวันแล้วแต่ก้ไม่ได้นวดสักที เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้ไม่มีแขกก็จะเปิดบ้างไม่เปิดบ้าง ยิ่งช่งก่อนเที่ยวอย่าได้หวังเพราะพวกเธอออกไปแคะหอยตรงโขดหินหน้าที่พัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำลงมากที่สุดพอดี  บร๊ะๆๆ สำบายดีแท้อีนางเิ้ย ฮิ้ววววววววววว
    แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ขอจัดเต็มนวดหนึ่งชั่วโมงเลย พี่แกใจดีแถมให้อีกครึ่งชั่วโมง และที่สำคัญแกบอกว่าผมเป็นลูกค้าคนแรกของแกวันนี้เลย พี่แกจึงปล่อยพลังสุดฤทธิ์เช่นกัน เล่นเอาเส้นสายกระดูกกระเดี้ยวผมแทบสลายร่าง แต่ก็เบาตัวดีมากกกกกกกกกกกกๆเลย



     วันนี้เป็นการท่องเที่ยวที่สนุกมากอีกวันหนึ่งถึงจะมาคนเดียวก็เหอะ  ผมขอปิดท้ายด้วยอาหารเย็นแบบเบาๆปราศจากข้าวแล้วกัน เพราะยังแน่นท้องจากนาซีโกแรงที่ เกาหมากรีสอร์ท...

    ปิดท้ายของวันด้วย เบียร์เย็นๆ  ป่อเปี๊ยะทอด และปลาหมึกซุบแป้งทอด มันดูแล้วเหมือนกับแกล้มมากว่าอาหารเย็นว่าไหมครับ








                          .......................................................................
  หลังจากอิ่มหมีพลีมันกับมื้อกางวันจนพุงกางและเอนกายได้หนึ่งงีบ  ก็กำลังคิดว่าจะกลับบ้านเกาะหมากรีสร์อท วึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะยังไง จะเหมารถกลับก็ 150 บาท แต่ประเด็นคือมันหาไม่ง่ายเหมือนโบกแท็กซี่ หรือจะขอติดรถชาวบ้านที่เขาผ่านมาก็ไม่น่าจะเข้าทางเพราะไอ้เรามันก็คนหน้า บาง(ซึ่งอันทีืจริงแลดูน่ากลัวจนเขาไม่อยากให้ติดรถมากกว่า) จึงเลือกข้อสุดท้ายคือ เดินกลับทางที่รถรีสร์อทมาส่งแต่แรกนั่นน่าจะดีที่สุดเพราะลองคำนวนแล้ว ไม่น่าจะเกิน1.5 กิโลเมตร....ลุยต่อนะ


เดิน ลัดออกมาจากห้องอาหารของ เกาะหมากรีสร์อทก็จะเจอคลองน้ำเขียวอยู่ด้านหลังน่าพาเรือเล่นถ้าไม่กลัว รังสีอำมหิตของแดดตอนบ่ายต้นๆ อาจจะโดนเผาเกรียมจนตายได้


พอหลุด จากคลองนี้ก็จะเป็นทางเดินขึ้นเนินตลอด ทิวทัศน์ที่มองเห็นก็จะแปลกตาออกไป ซึ่งมาน่าแปลกมากเพราะว่าตอนนั่งมาไม่ได้ค่อยๆเก็บรายละเอียดขนาดนี้ สรุปแล้วการเดินทำให้เราเห็นมุมมองที่สวยงามแปลกตาออกไปแบบเนิบนาบ...

ที่พักแรกที่เจอเมื่อเดินขึ้นถึงจุดสูงสุดของเนินเขา..

ชื่อ ตามภาพด้านบนเลยครับ  ผมว่าที่พันี้น่าจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน เพราะสียังดูใหม่สวนหย่อมหรือว่า ไม่ใหญ่ยังดูไม่ค่อยเนียน ประมารว่ายกมาปลูกทั้งต้นแต่ใบและกิ่งกานยังไม่ค่อยจะงอกดี

       โรงแรมนี้ไม่ติดหาดเพราะตั้งอยุ่บนเนินเขา แต่น่าจะมีสระว่ายน้ำแบบหมิ่นเนินเขาเห็นวิวทะเล แต่ว่าหากว่าใครอยากจะลงไปเล่นน้ำทะเลเขาก็มีรถไว้ให้บริการ เลือกเลยครับว่าจะไปหาดไหน





แต่ที่น่าน่าจะราคาแพงเพราะไม่...


เขา คงต้องการจะเก้บความเป็นส่วนตัวไว้ให้แขกที่พัก ประมาณว่าห้องอาหารหรือคอฟฟี่ช้อปก้ไม่ให้ใครว็อคอินเข้าไปทั้งนั้น และตั้งแต่ผมเที่ยวแสกนกรรมมาทั่วเกาะหมากแห่งนี้ทุกหาด เพิ่งเคยเห็นป้าย แบบนี้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ที่อื่นๆเขาให่เดินส่องกันไปมาแบบทะลุปรุโป่ง.....ปล่อยเขาไฮโซเรื่อยเปื่อย ของเขาไปเหอะนะ...




เดินเลยไปหน่อยก็จะเจอ กู๊ดไทมส์รีสอร์ทอยู่ทางขาวมือ
.










หลังจากที่เดินลงเนินมาสักหนึ่งหอบแลไปทางฝั่งซ้อยมือที่จะเดินไปทางอ่าวขาวก็จะเจอที่พักอีกสองที่คือ...







ขอ สารภาพว่าระหว่างที่เดินกลับมาคนเดียวนั้น มันเป็นบรรยกาศที่สุดจะบรรยายจริงๆ ทั้งอิ่มเอมใจที่ได้เดินชมธรรมชาติสวยๆ แต่อีกใจก้ประหวั่นพรั่นพรึงมาก เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะช่วงระยะเวลาที่ผมเดินกลับหลังจาหหลุดจากรีสอร์ทไฮโซบนเนินเขาไปแล้ว ไม่พบเจอผู้คนเลย เหมือนเดินคนเดียวบนเกาะ แล้วยิ่งผ่านสองโรงแรมหลังนี่ไม่แน่ใจว่ามันเปิดบริการหรือมีคนพักไหม มันเงียบมากกกกกกกกกกกกกกกก.... เงียบจนชวนให้จินตนาการว่า ......มันต้องมีผีแน่ๆๆ  เอาเป็นว่าผ่านสองโรงแรมนี้ ผมเดินไปขนลุกไป นี่ยังโชคดีที่ไม่ได้ฟังรายการของคุณป๋อง ร้อยหนึ่งไปก่อน ไม่เช่นนั้นหัวโกร๋นแน่ๆๆ







ในที่สุด...


    ก่อนจบตอนที่แล้วได้ทิ้งประโยคเกี่ยวไว้ว่า  "แต่ คุณรู้ไหมครับว่า "เกาะขาม" ที่สวยงามแห่งนี้กำลังจะพลิกโฉมไปแบบกู่ไม่ กลับ?.........................................................."

    การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ยิ่งด้วยยุคสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมักจะมีข้ออ้างว่าเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญขึ้น อารมณ์เดียวกับประโยคที่ว่า "คุณต้องยอมสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป เพื่อให้ได้บางสิ่งบางอย่างมา" แต่ประเด็นคือ แล้วมันคุ้มไหมกับสิ่งที่คุณต้องแลกมา....

   เป็นการเกริ่นนำที่ชวนเวียนหัวมากกกกกกกกก 5555+++ อย่างว่าแหละครับคนสมัยนี้ไม่ค่อยได้เขียนหนังสือกันอย่างจริงจัง จึงทำให้เวลาจะเขียนสื่ออะไรออกไปอาจจะคลาดเคลื่อนจากความหมายที่ต้องการที่ จะสื่อไปบ้างพอสมควร แต่บางทีผมคิดว่า ออกทะเลไปเลย


    กลับเข้าฝั่งด่วนนน...  จากตอนที่แล้วที่ผมได้ไปเที่ยวเกาะขาม ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเกาะหมาก จ.ตราด เราได้รับชมความสวยงามไปบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ ผมจะนำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่แปลกตาออกไป

   เนื่องด้วยเกาะขามเป็นเกาะของเอกชนที่สวยงามมาก เมื่อสามสี่ปีที่แล้วผมเคยเข้ามาหาข้อมูลของเกาะนี้ตามเวปไซต์ต่างๆ ข้อมูลหลายแหล่งตรงกันว่า เกาะนี้เป็นเกาะขนาดเล็กที่สวยงามมาก มีหาดทรายขาวละเอียดดุจแป้งเด็ก น้ำทะเลสีเขียวมรกต ประการังอุดมสมบูรณ์ มีกวางน้อยในสวนมะพร้าวด้วย แต่่...

    วันนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป สิ่งแรกที่สังเกตุได้ง่ายๆเลยก็คือเมื่อเรือจอดที่หาด เราจะต้องผ่านแนวประการังมาก่อน จากที่ผมเห็น รู้สึกตกใจมาก เพราะประการังมันยับเยินมาก มันราบเรียบหักพังไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

    ที่สำคัญตอนนี้บนเกาะแห่งนี้กำลังเริ่งก่อสร้างโรงแรมที่พักระดับห้าดาวเพื่อให้ทันเปิดบริการในสิ้นปีนี้...



ประเมินคร่าวๆด้วยสายตาแล้วน่าจะมีห้องพักไม่ต่ำกว่า 30 ห้อง



มันเข้ากับสถานที่ไหมนะ...
















    หาดทรายหน้าที่พักแห่งนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการนำทรายมาถมเพิ่มให้มันงอก ยาวออกไปมากกว่าเดิมเพราะเมื่อได้เดินดูใกล้แล้วจะพบว่า หาดทรายถึงแม้ว่าจะขาดเนียนทั้งหาด แต่ก็จะพบว่ามันจะเป็นเหมือนกับทรายสองสีที่มันซ้อนต่อกัน




     ประเด็นคือ ตามความคิดผมนะครับ แสดงว่าเมื่อก่อนก่อนที่เขาจะเริ่มสร้างโรงแรมแห่งนี้ บริเวณหน้าหาดมันน่าจะต้องเป็นอ่าวเล็กๆที่ลึกเข้ามาชิดหาดมากกว่านี้ แต่พอถมหาดไปเพื่อเพิ่มความยาวของหน้าหาดหรืออะไรก้แล้วแต่ จึงทำให้กระแสน้ำที่มันเคยไหลเวียนวน เปลี่ยนทิศทางไป...

   และผลที่ตามมาอย่างใหญ่หลวงก็คือ น้ำเน่า แบบน่ากลัวมาก ประมาณว่า ไหลมาจากคลองแสนแสบก็ไม่ปาน ถ้าได้ไปยืนใกล้ๆ มันมีกลิ่นเหม็นเหมือนผสมสารเคมีด้วยครับ



สลดใจ...



  ไม่แน่นะครับถ้าทีนี่สร้างเสร็จ ขเาอาจจะไม่ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นขึ้นเกาะเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของแขก ที่พักในโรงแรมบนเกาะ คือ ประมาณว่าถ้าใครอยากไปเที่ยวบนเกาะนี้ก็ต้องพักบนเกาะนี้เท่านั้น ผมว่าคืนนึงไม่ต่ำกว่า 5000 บาทแน่ๆ.


     ถ้าเป็นไปได้ ใครที่ไปเที่ยวหลังจากที่โรงแรมนี้เปิด ช่วยบอกด้วยนะครับว่า น้ำหน้าหาดนี้ เปลี่ยนกลับไปเป็นสีเขียวมรกตเหมือนเดิมหรือยัง


     โอเครครับ หลังจากที่สำรวจเกาะขามอยู่หนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลากลับเข้าเกาะหมาก เพื่อหาอาหารกลางวันเติมพลังกัน


   กลางวันนี้ฝากท้องไว้ที่ ห้องอาหารของ เกาะหมากรีสร์อท อีกครั้งเพราะอาหารที่นี่อร่อย บรรยกาศก็ดี

   เปิดตัวดับร้อนด้วย campari orange อีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้องๆบาร์เทนเดอร์ แซ่บมาก เพราะเพิ่ม campari ดับเบิ้ลช็อท ให้ผมเลยแต่ที่าำคัญราคาเท่าเดิม(ปล.เพราะครั้งที่แล้วให้ทิปน้องเขาไป 555+++) คอจะพับก่อนที่จะได้กินข้าวเที่ยงไหมล่ะนี่ อิอิ



   มื้อเที่ยงวันนี้ จีดเต็มด้วย ข้าวผัดสไตล์อินโดนีเซีย(nasi goreang) กับ ต้มข่าทะเล



   จริงๆแล้วถ้าไม่บ้าพลังความหิวเพราะแรงแดดแล้ว ผมคิดว่า แค่ต้มข่าทะเลกับข้าวสวยหนึ่งจาน ก็น่าจะอิ่มจนจุกคอหอยแล้ว



    นาซีโกแรง ถ้าเต็มยศนี่ จะเป็นข้าวผัดออกรสหวานเหมือนผัดใส่น้ำพริกเผาใส่กุ้ง มีไข่ดาว ไก่ย่างหนึ่งน่อง หมูสเต๊ะ พร้อมเครื่องเคียงคือ น้ำจิ้ม กับ อาจาดหนึ่งชุด และ ข้ามเกรียบกุ้ง...



    โอ่ย...มื้อนี้อิ่มมากกกกกกกกกกกกกก มันขึ้นมาจุกอยู่ที่เหงือกบนกันเลยทีเดียว ไม่สามารถเคลื่อนกายได้มากกว่าสามกว้างแน่ๆ ไม่งั้นงานนี้อาหารกลางวันที่กินเข้าไปทั้งหมดมีพุ่งออกมาแน่ๆ และกำลังคิดว่า...แล้วตูจะกลับที่พักยังไงฟร่ะนี่เพราะไม่ได้เช่า มอเตอร์ไซด์มาด้วย แต่ ณ เพลานี้ขอนอนผึ่งพุงก่อนแล้วกันครับ...





                      .........................
      เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเขียนบล็อกไปเที่ยวเกาะหมากยังไม่จบเพราะเหลืออีกสอง ตอน(เริ่มชราภาพก็เป็นแบบนี้นี่เอง อิอิ...)  งานนี้จับตันชนปลายไม่ถูกเลยว่าจะด้นไปยังไงต่อ  ยังไงก็แล้วแต่จะต้องเขียนจนจบให้ได้สำหรับทริปนี้ เพราะทริปใหม่มาจ่อคอหอยอีกแล้ว ยังไงล่ะทีนี้...

งง!



   26 เมษายน 2555
       วันนี้เริ่มด้วยอาหารเช้าแบบเบาๆด้วย ทูน่าแซนวิชกับกาแฟร้อนหนึ่งถ้วย กะว่าจะรับอาหารเบาๆแค่รองท้องเพราะวันนี้จะไปแอ่ว เกาะขาม ไม่อยากกินมากเพราะเดี๋ยวอาจจะจุกตอนนั่งเรือข้ามไปเกาะขาม(ทั้งที่จริงนั่ง เรืิอไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ)  แต่พระเจ้า เจอแซนวิชทูน่าไปสองชิ้นมันขึ้นมาจุกที่คอหอยบนเลย อารมณ์ว่าเพราะที่จะสำรอกได้ตลอดเวลาถ้าเดินผิดจังหวะ 5555555+++




     รีสร์อทใจดีมากอุตส่าห์ขับรถไปส่งที่ เกาะหมากรีสร์อทเพื่อลงเรือข้ามไปเกาะหมาก (ปล.จริงๆแล้วเขาไปทำธุระที่นั่นอยู่แล้วเลยให้ผมติดรถไปด้วย ไปฟรีแล้วยังจะเม้าท์เขาอีก ถ้าไม่เช่นนั้นต้องเสียค่าเหมารถไปเอง 150 บาท อิอิ)

ราชรถล้ำมากๆๆ...







       หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะไปเที่ยวเกาะขาม วึ่งเป็นเกาะใกล้ๆกับเกาะหมากไม่น่าจะเกิน หนึ่งกิโลเมตร(มั้ง) ต้องไปขึ้นเรือที่เกาหมากรีสร์อท



   และถือว่าโชคดีที่วันนี้มีเรือไปเกาะขามหนึ่งเที่ยวคือตอน 10 โมงเช้าเพียงหนึ่งเที่ยวเท่านั้น ช่วงโลว์และวันธรรมดาก็แบบนี้ จำนวนเที่ยวเรือหรือรอบต่างๆมันจะหดตามจำนวนแขก
  จากที่ได้หาข้อมูลมา เราจะเสียค่าเรือหางยาวและค่าเหยีบเกาะขามราคาประมาณหนึ่ง  แต่วันนี้ที่ผมกำลังจะไป แบบว่า VIP มากๆ อารมณ์ว่าเรือหางยาวอยากพักผ่อน ก็ต้องนั่งสปีดโบ๊ตไปกันแทน นั่นย่ิอมเ่ท่ากับว่าผมต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไรฟ่ะไม่มีทางเลือกให้ตรูเลย ชิ...
   ค่าความสำราญที่จะไปเยียมชมเกาะขามคือ 200 บาท เป็นค่าเรือไปและกลับ 100 บาท และค่า เหยียบเกาะอีก 100 บาท... แขกส่วนใหญ่ที่ไปส่วนมากก็จะเป็นคนที่พักอยู่ที่เกาะหมากรีสร์อทนั่นล่ะ มีผมนี่แหละเสล่อไปแจมกับเขา 555+++

ขอนั่งเอนกายรอเรือสักครู่...





ท่าเรือเกาะหมากรีสร์อท(ท่าเรือที่มะกะธานี หรูกว่าแยะ อิอิ แต่รีสร์อทที่นี่หรูกว่า กินกันไม่ลงจริงๆ)




   ถึงแล้วครับ เกาะขาม นั่งเรือมาตดยังไม่ทันจางกลิ่นเลย...



เกาะ ขามเป็นเกาะของเอกชนที่มีขนาดเล็กมาก(ตูอยากมีบ้างไรบ้าง)  หาดทรายสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก! สวยจริงๆครับ เหมือนผงคอฟฟี่เมทเลยแต่ได้อารมณ์ละเอียดกว่าอีกนะผมว่า










    บนเกาะขามจะมีเหมือนมินิบาร์เล็กๆๆหนึ่งที่ ไว้คอยให้บริการขายเครื่องดื่มและขนมขบเขี้ยวเล็กๆน้อยๆ แต่หากใครอยากกินหนักๆต้องหิ้วท้องกลับไปกินบนเกาะหมากครับ แต่ถ้าหิวจนไม่ไหวจริงๆ ผมแนะนำให้ปีนขึ้นต้นมะพร้าวไปหาทานเอาเองเลยครับ 55555+++






บรรยกา ศน่าดื่มและเม้าท์มอยมากถ้ามากันเป้นหมู่คณะ แต่ไม่ใช่เวลาตอนใกล้เที่ยงแบบนี้นะครับ เพราะแต่ล่ะคนท่าทางจะสุกเพราะโดนแดดเผากันเรียบร้อยแล้ว









    ไฮไลท์ที่สำคัญเมื่อมาเยือนเกาะนี้แล้วนอกจากได้นอนเกลือกกลิ้นร่างบนหาดทรายสีขาวแล้ว ก็ต้องไปถ่ายภาพคู่กับหินภูเขาไฟ มั้งนะ..












    กิจกรรมที่จำทำบนเกาะเล็กๆแห่งนี้ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างตามแต่ใจใครจะปรารถนา...

   บางคนอาจจะนั่งพักเอนกาย มองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมฟังเสียงทะเลระคนกันไป




บางคนอาจจะเดินทอดน่อง เปลือยเท้า เหยียบย่ำบนหาดทราย...






    บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นสินสมุทรหน่อเนื้อเชื้อขัยของพระอภัยมณี ดำดูประการัง ดีไม่ดีอาจจะงมหอยเม่นกินด้วยก็ได้...55+++



  หรือบางคู่อาจจะหามุมสงบที่สงัดเปลี่ยวร้างผู้คนเพื่อจู๋จี๋กัน แต่เชื่อเหอะครับไม่รอดสายตาผู้คนหรอกครับ เพราะเกาะเล็กมาก ปานว่าคุรตดอยู่หัวเกาะ แล้วเพื่อนคุณอยู่ท้ายเกาะยังได้กลิ่น อิอิ



บนเกาะมีห้องน้ำห้องอาบน้ำบริการฟรีด้วยนะครับ (จริงๆแล้วก็ไม่น่าจะฟรีหรอก เพราะเขาคงรวมมาแล้วกับค่าเหยียบเกาะ 100 บาท)









แต่ คุณรู้ไหมครับว่า "เกาะขาม" ที่สวยงามแห่งนี้กำลังจะพลิกโฉมไปแบบกู่ไม่ กลับ?..........................................................
       หลังจากที่เข้าไปสอดส่องรังของเหล่าวานรแล้วผมก็มุ่ง หน้าต่อไป... การที่เราได้มาเดินทอดน่องแบบเงียบสงบคนเดียวแบบนี้มันเป็นความรู้สึกปลอด โปร่งโล่งสบายแบบบอกไม่ถูก(ไม่หวั่นแม้วันมามาก 555555555+++)



มองแบบกว้างๆๆ เราก็จะมองเห็นอะไรหลายอย่างเพิ่มมากขึ้นถึงแม้ว่าจะเป็นภาพมุมเดียวกันก็ตาม...



บ้านหลังนี้น่าจะเป็นที่อยู่จริงๆของชาวเกาะแท้ๆ(แต่คงน่าจะไม่นานที่เจ้าของที่ผืนนี้อาจจะพลิกชีวิตมามั่งคั่งด้วยการขายที่ทำกิน)



และผมก็ได้เจอสิ่งมหัศจรรย์ของเกาะนี้นั่นก็คือ "ต้น ตีน ใคร" Foot in mouth




เมื่อคุณเดินมาถึงกึ่งกลางของหาดคุรก็จะเจอนกกระยางยักษ์ เพื่อ...




เดินเล่นชิว ชิว ไปอีกหน่อยก็จะเจอ Island Hut








ผม ว่าที่นี่ก้น่าพักเหมือนกันนะครับ ในแง่ที่ว่าถ้าคุณอยากที่จะสัมผัสกับธรรมชาติและท้องทะเลจริงๆเพราะบ้านพัก ของที่นี่สร้างเหมือนบ้านของชาวเกาะเลย แต่ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ อาทิ ห้องอาหารแบบกระทัดรัด ห้องน้ำในตัว เท่านี้ก็น่าจะโอเครแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ...555+++








ที่พักถัดไปก็หรูขึ้นมาหน่อย ...










หน้าหาดโล่งโจ่งมากกกกกกกกกกก...





    เริ่มหิวอีกแล้วครับพี่น้อง เที่ยงมื้อนี้คงต้องหากินแถวๆที่พักน่จะดีกว่าเพราะเวลาอิ่มแล้วจะได้เดิน กลับมานอนที่ห้องได้เลย แต่ผมตั้งใจว่าจะไปนวดตัวคลายเส้นสายก่อนรับมื้อเที่ยงสักหน่อยก่อนน่าจะ ดี...



กะ ว่าจะไปนวดที่มะกะธานี แต่วันนี้ซุ้มตรงที่นวดเขายังไม่เปิด ไหนๆมาแล้วก็แวะชิมอาหารเที่ยงที่นี่ซะเลย เพราะดูสภาพห้องอาหารแล้วน่าจะโอเครอยู่บ้างและที่สำคัญเป็นรีสอร์ทที่ใหญ่ ที่สุดบนหาดนี้




แต่ ไม่น่าเชื่อว่าบริการไม่ดีเลย(ใจจริงอยากจะพูดว่า แมร่งโคตรฮ่วยแตก) ผมเข้าใจว่าช่วงที่ผมไปเป็นช่วงี่มีนักท่องเที่ยวน้อยพนักงานหรือบริกรเขา อาจจะมีเตียมไว้บริการไม่มาก แต่ก็อยากจะบอกว่าในเมื่อคุณยังคงเปิดให้บริการคุณก็ต้องควรที่จะต้อนรับขับ สู้แขกให้ดีที่สุด

     นี่อะไรไม่ทราบผมเป็นแขกคนแรกและคนเดียวตอนนั้นด้วยซ้ำมีแคชเชียร์ยืนอยู่ ที่เค้าท์เตอร์บาร์คนนึงกำลังคุยกับเพื่อนสาวมีไข่ของหล่อนอย่างออกรสออก ชาติ แทนที่จะกล่าวต้อนรับเรา กลับเป็นว่าผมต้องกล่าวสวัสดีและถามว่า "ตอนนี้สั่งอาการได้ไหมครับ" เขาก็ตอบว่าได้ แล้วตะโกนเรียก บริกรหญิงแท้ที่มีหน้าที่รับออร์เดอร์ออกมารับแขก ผมก้ไม่รอล่ะครับหาที่นั่งเองเลย เพราะผมมีคติที่ว่าอย่าให้คนอื่นมาทำลายความตั้งใจและความสุขของเรา ชั่วอึดใจน้องเขาก็ออกมาบริการ ก็ถือว่าใช้ได้นะครับ แบบ.. ชาวเกาะๆๆ

       อันนี้ยังไม่เด็ดเท่าตอนเก็บเงิน ไอ้เราก็พยายามที่จะสพตานังแคชเชียร์ก็แล้วอะไรก้แล้วก้ยังไม่มีใครมาถามว่า จะเอาอะไร จะสั่งอะไรเพิ่มหรือคิดเงินเลยไหม

     ผมได้ตัดสินใจไปที่เค้าท์เตอร์เลยบอกให้เขาเช็คบิล ผมกำลังหันหลังจะกลับไปนั่งรอที่โต๊ะ แต่มีเสียงพูดตามหลังมาว่าทั้งหมด... บาทค่ะ พร้อมทั้งยื่นบิลให้มาตรงนั้นเลย โอ่ยยยยยยยยยยยยยย ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน แต่เพื่อความสงบสุขของเรา ก็จ่ายไปตรงนั้นเหมือนกัน จบ.

เรามาดูอาหารกันบ้างดีกว่าหลังจากที่ระบายความอัดอั้นจากห้วงเวลานั้น 555+++




จาน แรกคือยำรวมมิตรทะเล ที่นี่พิเศษตรงที่เขาใส่หอยเชลล์มาให้ด้วย รสชาติอร่อยดีครับ ค่าความอร่อยอยู่ที่ 8 (แต่ถ้าลบกับค่าความฮ่วยของบริการ ก็จะติดลบ -92 อิอิ)




อีกจานคือ ผัดพีริกแกงรวมมิตรทะเล ผมชอบนะเพราะน้ำพริกแกงเขาคลุกคลิกได้ที่มาก เอาคะแนนไปเลย ค่าความอร่อย 9 คะแนน



      สรุปค่าความอร่อยสำหรับมื้อกลางวันนี้คือ 360 บาท
  ...แทบจะเดินกลับไปนอนที่ห้องไม่ไหว และหลังจากนอนได้สามสี่งีบก็ตื่นมาทำงานถ่ายภาพเครื่องประดับบ้าง ก่อนที่จะแแดดล่มรมตก หลังจากนั้นก็ไปเล่นน้ำทะเลให้ฉ่ำอุรา

    โอ่ยยยยยยยยยยย ของเก่ายังไม่ทันจะย่อย ของใหม่มาจ่อทีคอหอยอีกแล้วครับพี่น้อง...
มื้อเย็นแบบ เบา เบา Tongue out




  จานแรกคือ ยำรวมมิตรทะเล เพราะเกิดอาการติดใจจากเมื่อตอนมื้อเที่ยง แต่ที่บ้านเกาะหมากทำน้ำยำรสชาติจางไปหน่อย ค่าความอร่อยจึงอยู่ที่ 7 คะแนน




อีกจานเป็นปลาอินทรีย์ทอกกระเทียมพริกไทย จานแรกจางไป แต่จานนี้เค็มไป Sealed ยังดีที่ว่ามันเสริ์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดซึ่งที่นี่ทำได้จัดจ้าน จีีดจ๊าดได้กระแทกลิ้นมาก แต่โดยรวมๆก้อร่อยไปอีกแบบน่ะครับ ค่าความเกือบอร่อยจึงได้เพียง 7 คะแนน



     ค่าความสุขมื้อนี้คือ 490 บาทโฮ่ยยยยยยยย จะเป็นลม นอนดีกว่า...

     พรุ่งนั้ผมจะไปลั๊นลาที่เกาะขาม เกาะที่ขึ้นชื่อว่ามีทรายขาวล่ะเอียดดุจคอฟฟี่เมทก็๋ไม่ปานนนนนนนนนนนนนนนนนนนน...
 
 
                                           .....................................................

ช้านี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสายฝนอ่อยๆ ที่จริงแล้วน่าจะตกตั้งแต่ก่อนรุ่งสางแล้วจึงทำให้ความขี้เกียจสิ่งสู่ร่าง อีกครั้งประจวบกับที่นอนที่นี่ดูดวิญญาณมากมายทำให้ตื่นสายมากร่วม 9 โมงเช้าได้...


       แต่กว่าจะอาบน้ำและทรงเครื่องเสร็จฝนก็หยุดตกพอดี...


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
าแฟก็สุดติ่งได้เท่านี้ล่ะครับ แต่รูปร่างของถ้วยกาแฟสวยถูกใจจึงลบล้างกันได้Money mouth
 
 
 
และหลังจากที่พยายามกระเดือกอาหารเช้าจนหมด ก็ตัดสินใจได้ว่าวันนี้ผมจะสำรวจอ่าวขาวตั้งแต่หน้าหาดทางด้านซ้ายของที่พัก จนถึง Lazyday resort ถ้าเดินไหวอ่ะนะEmbarassed


อากาศวันนี้เป็นใจมากมายเพราะไม่ร้อนมากเดี๋นสแดเดี๋ยวครึ้มแต่ไม่มีฝนดีจังวุย
 
 
 
จากทรายขาวๆๆ กลายสภาพเป็นสีทรายก่อสร้างทั้งหาด...



เดินออกมาจากบ้านเกาะหมากไม่ถึงห้าสิบเมตรก้เจอร่อยรอยของการพัฒนาเลยครับพี่น้องTongue out
 
 
 
ต้องขอกล่าวก่อนว่าอกจากบ้านเกาะหมากมาก้จะเป็นสวนมะพร้าวและที่รกร้างว่างปล่าวไม่มีที่พักอิ่นใดจึงไม่มีคนคอยดูแลชายหาด...



มองออกไปจนสุดลูกตายังไม่มีร่องรอยของมนุษย์เลยนะนั่น


แต่ ก็ได้ความรู้สึกแบบเงียบสงบ ระหว่างตัวเรากับธรรมชาติอย่างแท้จริงท่ามกลาง หาดทราย สายลม สองเรา(แว๊กกกกกกกก ไม่ใช่เรื่องแฝด) ก้อนเมฆ ท้องฟ้า เสียงกระซิบจากสิ่งที่อยู่รอบตัว เริ่มกลัวตัวเองขึ้นมาตะงิดๆFoot in mouth





เดินจนเหงื่อซึมๆก็ถึงที่พักแรกนั่นก็คือ รังของเหล่าวานรพิภพ 5555+++



แรก เริ่มเดิมทีผมตั้งใจว่าจะพักที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ยังงงๆตัวเองเหมือนกันว่าเหตุไฉนถึงได้เปลี่ยนใจไปนอนที่บ้านเกาะหมากแทน (แต่เป็นการคิดถูกแล้วมั้ง) ที่นี่เหมาะสำหรับชาว ฮิปปี้ บุปผาซนบุปผาชน อาราณ์ว่าพร้อมจะพลี้ยาได้ทุกกรณี อิอิ...






ใครคิดจะนอนอาบแดดก็ต้องตาไวด้วยนะครับ




ตั้งแต่คืนแรกที่มาถึงบริกรที่บ้านเกาะหมากก้แนะนำให้มาเที่ยวกลางคืนที่นี่...
บริกร: "พี่มาคนเดียวอยากไปเที่ยวที่ มังกี้ ไหมครับ" หน้าตาแบบมีความหวังว่ากูได้แดกเหล้าฟรีแน่

ผม: "แต่ที่นั่นมีแต่ฝรั่ง ท่าจะไม่สนุก" เสียงแบบง่วงนอน

บริกร:"ก็ดีดิ่พี่จะได้ฝรั่งมานอนแก้เหงา" หน้าตายมากกกกกกกก

ผม: จุกไปสามวินาที คนที่นี่เขาตรงดีแท้ "ผมชอบแนวยุ่นปี่ญี่ปุ่นมีไหม" ออกตัวแรง

บริกร:"เพื่อผมเป็นคนโชว์ควงคบไฟที่นั่นก้ได้หญิงญี่ปุ่นเป็นแฟน"

ผม: "CoolCryEmbarassed Money mouth KissLaughing Money mouth Smile Surprised Undecided Wink "

บริกร: "แต่ช่วงนี้ไมมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นแล้วครับ"

ผม: " ตีนนนนนนนนนนนนนนนน(พูดในใจ)"

ผม: " Foot in mouth Frown Innocent Sealed Yell Tongue out "

และที่นี่คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...5555555+++



บริเวรหน้าเค้าท์เตอร์บาร์
.





ใครมีของ ก็เชิญปล่อยบนเวทีนี้ได้เลย(หมายถึงความสามารถนะครับ)



ได้เพลาออกจากรังของเหล่าวานรเพื่อมุ่งหน้าต่อไป...
 
...
 

edit @ 18 Aug 2012 10:19:56 by เจ้าชายดอยตุง

ตะลุยเดี่ยว! เที่ยวเกาะหมาก-เกาะขาม จ.ตราด 23-27 เมษายน 2555 ตอน สำรวจรอบเกาะ

หลังจากที่นอนพักเที่ยงจนเต์มอิ่มแล้ว ตอนนี้ชีพจรกลับมาคึกคักอีกครั้งว่าต้องก้าวเท้าก้าวต่อไปเพื่อจุดหมายใหม่แล้วล่ะ...
 
 
     เส้นทางหลักที่ใช้สัญจรบนเกาะนี้ราดยางอย่างดีแถมด้วยเงาครึ้มของต้นยางพาราเกือบตลอดเส้นทางยังกะอยู่ปักษ์ใต้ก็ไม่ปาน
   จากอ่าวสวนใหญ่ตอนนี้ผมมุ่งหน้าไปที่ บ้านอ่าวตั๋นซึ่งเป็นที่ตั้งของ เกาะหมากกรีนวีว รีสร์อท ซึ่งเป็นที่พักแห่งเดียวบนหาดนี้ เออ..จะเรียกว่าหาดคงจะไม่เต็มปากมากนักเพราะเป็นโขดหินเสียมากกว่า แต่ถ้าใครต้องการความสงบเป็นส่วนตัว ที่นี่เหมาะมากเลยครับ ส่วนตัวสุดๆจนหลอนนนนนนนนนนน 555+++
http://www.kohmakgreenview.com/
 
 
 
ลักษณะที่พักเป็นบังกะโลหลังเดี่ยวแต่ไม่น่าจะมีห้องแอร์นะครับ...
 
 
 
แต่ยังดีที่มีห้องน้ำในตัวนะ...
 
 
 
 
มุมยอดฮิตจะต้องมีสะพานยื่นออกไปในทะเลเพื่อให้รีสอร์ทดูเก๋ไก๋ขึ้น  แต่ประเมินด้วยสายตาแล้วผมว่าเหมาะที่จะนั่งตกปลามากกว่า แต่ไม่แน่ใจว่าอ่าวแถบนี้มีปลาไหมล่ะ... ดั่งวลียอดฮิตของนักลงทุนที่ว่า "ต้องตกปลาในที่ๆมีปลาเท่านั้น" เกี่ยวกันไหมนี่...เริ่มเฮี้ยนอีกรอบ อิอิ
 
 
 
บรรยกาศละครเด็กเรื่อง "เกาะมหัศจรรย์" ก็กลับมาอีกครั้ง(บอกอายุตัวเองเลยนะตู)
 
 
 
ใครใคร่เล่นน้ำก็ได้ครับ...หาดมีสภาพเช่นนี้
 
 
 
ภาพนี้ไม่แปลกตาสำหรับหนุ่มดอยอย่างผม แต่อดแปลกใจเล็กๆไม่ได้...
 
 
 
เขาหัวโล้น...
 
 
 
มันเป็นสัจธรรมจริงๆ สำหรับบ้านเมืองเราที่ความเจริญเข้าไปถึงไหนความฉิบหายจะเข้าไปถึงที่ นั่น(ถึงแม้ไม่ยอมก็ตาม) เพราะตลิดเส้นทางตรงกลางของเกาะหมากจะมีสภาพไปต่างกันคือ มีแต่สวนยางพาราทั้งต้นใหญ่ต้นเล็ก และพื้นที่ๆกำลังเตรียมการเพาะปลูก...
 
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณนี่เลยครับ...
 
 
 
การไฟฟ้าแห่งประเทศไทยที่ได้มาตั้งสถานีไฟฟ้าขนาดเล็กๆเพื่อที่จะได้ให้ชาว เกาะมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ผมคิดว่าเพื่อนักท่องเที่ยวเสียมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุรจริงๆครับ
 
 
 
เออที่นี่ไม่แน่ใจว่าที่ อ่าวขาว ไวท์แซนด์ บีช รีสอร์ท หรือเปล่า แต่ที่นี่เขามีตัวหมากรุกตัวเท่าบ้านได้ 555++++
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หรือไม่ก็ ไอส์แลนด์ฮัท เกาะหมาก นี่แหละครับ มันอยู่ติดกันสองที่นี้...
 
 
 
 
 
โอ่ยยยยย...ในที่สุดก็ถึงที่พักแล้ว รู้สึกว่าวันนี้ตะลอนทัวร์มากกกกกกกก...
 
 
 
และมื้อเย็นที่รอคอยก็มาถึง แต่แอบรู้สึกว่าพิซซ่าเมื่อตอนมื้อเที่ยงยังไม่ย่อยดีเลย เลยสั่งเบาๆๆเพียง เบียร์หนึ่งขวด กุ้งอบวุ้นเส้น และทอดมันปลาทะเล...อิอิ
 
 
จานแรกคือทอดมันปลา ผมว่าอร่อยดีนะแต่น้ำจิ้มน่าจะเข้มข้นและเยอะมากกว่านี้ก็จะดีมาก ค่าความอร่อยผมให้ 8 คะแนนครับ
 
 
จานที่สองคือ กุ้งอบวุ้นเส้นผมชอบจานนี้นะเพราะเขาใช้กุ้งตัวไม่ใหญ่ แต่เยอะมาก แถมน้ำจิ้มซีฟูดอีก เด็ดดวงจริงๆๆครับ ค่าความอร่อยเอาไปเลย 9 คะแนน
 
 
 
ที่เด็ดสุดคือวันนี้ที่บ้านเกาะหมากเขาทำของหวานแจกฟรีทุกโต๊ะ มันก็คือ กล้วยเชื่อมครับ แต่มันพิเศษตรงที่เขาใช้กล้วยเบาเกาะมาทำ มันอร่อยมากๆๆ เชื่อมแบบหวานกำลังดีแล้วราดด้วยน้ำกะทิ เนื้อกล้วยมันกรุบกรอบดีมากเลยครับอยากให้ได้ชิมกัน เอาไป 10 คะแนน(มันอร่อยจริงๆ มิใช่ได้คะแนนเต็มเพราะ ของฟรี 5555+++)
 
 
    คืนนี้ต้องขอตัวไปย่อยมื้อเย็นและมื้อเที่ยงก่อนนะครับ ลุกแทบไม่ไหว เขาน่าจะมีบริการอุ้มส่งถึงที่นอนเลยโน๊ะ  ราตรีสวัสดิ์ครับ...
 
 
 
 
      ...หลังจากนอนได้สองสามงีบแล้ว ร่างกายก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบไม่รู้ว่าอาหารย่อยแล้วหรือแอลกอฮอร์เริ่มจางๆEmbarassedไปสำรวจหาดทรายบนอ่าวสวนใหญ่กันต่อครับ...

     ผมเริ่มเดินจากห้องอาหารของ เกาะหมาก รีสอร์ทจนสุดหาดทรายก็จะเป็นหาดหินเล็กๆพอให้เดินข้ามไปได้ อาจจะเนื่องจากเป็นเวลาน้ำลงพอดีด้วยกระมัง...ลิบๆที่เห็นอยู๋ตรงโน้นคือจุด หมายที่ผมจะเดินไปครับ  นั่นก็คือ...
เกาะหมากโคโคเคปรีสอร์ท (koh mak cococape resort)
 
 
      ผมเดินเข้ามาทางด้านข้างของรีสอร์ทที่ติดกับหาดหิน  แต่ขอบอกก่อนนะครับ รีสอร์ทนี้ไม่มีหาดทรายให้เล่นน้ำนะครับถ้าจะเล่นก้มีอยู่สองทางเลือก คือ 1.ที่ปลายสะพานของระสอร์ทที่ยื่นออกไปในทะเล หรือ 2. เดินเข้าไปทางหาดของ เกาะหมากรีสอร์ทก้ได้แล้วแต่เปิงใจเลยครับ...
      ไม่แน่ใจว่าห้องประเภทนี้มีแอร์หรือเปล่านะครับ แต่เท่าที่อ่านจากที่อื่นมา มีห้องพักแบบห้องพัดลมและใช้ห้องน้ำรวมก็มีครับ...
 
 
บริเวณห้องอาหารแบบรับลมทะเลครับ เย็นคงจะน่านั่งมาก...
 
 
 
    รีสอร์ทนี้แอบหรูมีสระว่ายน้ำด้วย แต่ผมไม่ค่อยชอบสระแฟนซีแบบนี้เท่าไหร่ ชอบลักษณะสระโอลิมปิคของ เกาะหมากรีสอร์ทมากกว่า
    แหมๆๆๆ แต่มันเงียบร้างลาผูคนแบบนี้ก็น่าเล่นอยู่เหมือนกันนะ ให้อารมณ์ประมาณว่า "ข้าคือเจ้าโลก อุ้ยยยย  จ้าวววววววววสระจ้า 555+++"
 
 
อ้าวววววววววว รมณ์เสีย โควต้าลงภาพเต็มเจอกันใหม่เดือนหน้านะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ชิ.
 
 

edit @ 3 May 2012 13:49:56 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 17 May 2012 22:26:41 by เจ้าชายดอยตุง

         เช้าวันที่ 24 เมษายน 2555 ผมตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าวึ่งปกติแล้วถ้าอยู่ที่บ้านนี่ไม่เที่ยงไม่ตื่น อิอิ...  รู้สึกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานอนได้เต็มอิ่มมาก ไม่รู้สึกว่าแปลกที่แปลกทางอะไรเลยหรืออาจจะเกิดจากการการเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าจากการเดินทางก้อาจเป็นไปได้
 
 
 
อาหารเช้าวันนี้ผมขอเลือกแบบเบาๆแล้วกันครับ นั่นก็คือ สลัดไก่กับน้ำส้มสด ทีแรกว่าจะสั่งคาปูชิโน่ด้วย แต่ที่นี่ไม่มีกาแฟสดครับ ก็เลยระงับไป สรุปว่าอดกาแฟแต่เช้า สำหรับค่าความอร่อยของสลัดไก่ ผมให้ 8.5 คะแนน ถือว่าอร่อยใช้ได้ครับ น้ำสลัดของเขารสชาติคล้ายๆกับ เทาซันไอร์แลนด์ซอสแต่มันจะออกสีมะนาวหน่อย  มูลค่าความอร่อยสำหรับมื้อนี้คือ 110 บาท
 
 
เมื่อท้องอิ่มก็ได้เวลาสำรวจเกาะกันแล้วล่ะครับ...ลุยยยยยยยยยยย!
    เริ่มจากเช่ามอเตอร์ไซด์ของที่พักวันล่ะ 350 บาทน้ำมันเติมเอง แต่จะเช่าเป็นชั่วโมงก็ได้นะครับ  เวรกรรม... ลืมถ่ายภาพมอเตอร์ไซด์มา
     จุดหมายแรกที่ผมจะไปคือ ท่าเรืออ่าวนิด ก่อนเข้าอ่าวนิดก้แวะเติมน้ำมัน ลิตรล่ะ 53 บาท สองลิตร ราคาชาวเกาะมากๆๆๆๆๆๆๆ


       แม่เจ้ามีสาวสองนางกำลังสอยมะพร้าวกัน ต้องปาดดดดดดดดเข้าไปแลสักหน่อย อิอิ...
 
 
 
หาดอ่าวเก่าเป็นที่ตั้งของ Lazy Day The Resort ซึ่งเป็นรีสอร์ทแห่งเดียวบนอ่าวนี้
 
 
หากทรายสีขาวและเป็นชายหาดส่วนตัวด้วยนะเออ..
 
 
 
ห้องพักก้น่าพักมิใช่น้อย ถ้าใครชอบบรรยกาศที่สงบและเป็นส่วนตัวต้องที่นี่เลยครับ ที่สำคัญมีกาแฟสดขายด้วยอ่ะ
 
 
หายเหนื่อยแล้วเราจากขี่รถข้าวฝากไปอีกฝั่งของเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของ อ่าวสวนใหญ่ ซึ่งเป็นอ่าวที่มีหาดทรายสวยที่สุดบนเกาะหมาก และเหมาะแก่การลงเล่นน้ำทะเลมากๆๆ... พร้อมไหมครับ...
 
 
 

และเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่สมบูรณืที่สุดของเกาะหมาก นั่นก็คือ...
 
 
เกาะหมากรีสอร์ท ผมคิดว่าเป็นรีสอร์ทที่ครบครับมากที่สุดบนเกาะหมากแล้วล่ะครับ มีท่าเรือรับส่งจากฝั่ง,มีห้องพักหลายระดับราคาให้เลือกตั้งแต่ห้องพัดลม ราคาพันต้นๆจนถึงห้อง suite เฉียดหมื่นต่อคืนก็มี,มีสระว่ายน้ำรูปสี่เหลี่ยม,มีร้านอาหารที่เมนูหลาก หลายมาก, เอาเป็นว่าชายหาดอ่าวสวนใหญ่เป็นเนื้อที่ของรีสอร์ทนี้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว...
 
 
 
ท่าเรือของที่นี่ให้บริการโดยเรือสปีดโบ๊ทปาหนัน แต่ผมว่าท่าเรือสู้ของลีลาวดีไม่ได้นะ เพราะที่นี่ไม่มีที่นั่งรอ และที่สำคัญถ้าคุณได้ไปเที่ยวเรือที่น้ำลงเช่นตอนเช้า ต้องลุยน้ำไปขึ้นเรือ...
 
 
 
อยากพักห้องนี้จัง...
 
 
 
 
อยากจะหร๋อยว่าเป็นแขกที่นี่เหลือเกิน เพราะสระว่ายน้ำมันเกินห้ามใจมากกกก
 
 
 
และถ้าใครมาเที่ยวแบบยกมาทั้งตำบลต้องพักหลังนี้ อิอิ...
 
 
และแล้วได้เวลาที่รอคอย นั่นคือมื้อกลางวันครับ... วันนี้ผมเลือกกินที่เกาะหมากรีสอร์ทนี่ล่ะครับ
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อว่า "Day Bed Restaurant"...
 
 
 
โฉมหน้าของมื้อเที่ยงวันนี้ก็คือ...ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงง!
 
 
 
ตามสเต๊ป เราเดินมาร้อนๆส่งมาตลอดทาง 55555555+++
ก็ต้องดับร้อนด้วยของเย็นๆพร้อมเรียกน้ำย่อยไปในตัวนั่งก็คือ...
 Campari Orange ชื่นใจแถมได้เมานิดๆอีกต่างหาก อิอิ
 
 
 
ยอมรับว่าเมนูของเขามีให้เลือกสรรมากมายจริงๆ เลือกไม่ถูกเลย ตายลายด้วยความตะกละน้ำลายฟูมปากไปหมดแล้วเว้ยเฮ้ยยยยยยยยย
    ต้องตัดใจสั่ง จานแรกคือ Margherita Pizza แป้งบางๆ ราดด้วยพิซซ่าซอส แล้วท็อปด้วยมะเขือเทศหั่นบาง ตบท้ายด้วยซีสสสสสสสสสส เน้นๆ แม่เจ้า ขอบอกว่าอร่อยมาก ค่าคะแนนความอร่อยผมให้ 9 คะแนนเลยครับบบบ..
 
 
 
 
และอีกจานคือ ยำรวมมิตรเกาะหมากลอยลม บร๊ะเจ้า...มันแบบว่าสุดตีนนนนนมว๊ากกกกกกกก เป็นยำซีฟู๊ดนั่นแหละครับ แต่รสชาติจัดจ้านมาก อร่อยอ่ะ ต้องบอกว่าอร่อยแบบ อูมามิ เลยจริงๆๆ ที่เจ๋งสุดๆคือเขานำยอดมะพร้าวอ่อนมาคลุกรวมด้วยมันกรุบๆมาก ได้เบียร์วุ้นอีกสักแก้วนี่...ค่าความอร่อยเหาะผมให้ เต็ม10 เลยครับพี่น้อง และผมก็ยกให้จานี้เป็น เดอะเบส ของเกาะหมากเลย สุโค่ยมากๆๆๆ..
 
 
 
ค่าความสำราญของมื้อนี้คือ 410 บาท คุ้มค่ามากๆๆๆ..
   และตอนนี้หนังตาเริ่มหย่อน คัมพาริเริ่มออกฤทธิ์ด้วยเช่นกัน ต้องขอตัวไปนอนผึ่งแดดก่อนนะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ...
 
 
 
 
 

edit @ 30 Apr 2012 22:23:31 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 1 May 2012 10:09:06 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 1 May 2012 12:35:23 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 1 May 2012 14:43:07 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 17 May 2012 22:26:59 by เจ้าชายดอยตุง

            เกาะหมากที่ฝันถึง...
 
                  
 
 
                ในที่สุดผมก้ได้ไปเเยือนเกาะหมากเสียที หลังจากที่เตรียมการมาร่วมสี่เดือน แต่กว่าจะไปถึงก็ทุลักทุเลพอสมควร เพราะต้องนั่งรถจากเชียงรายไปกรุงเทพ จากกรุงเทพไปท่าเรือที่จังหวัดตราด และจากท่าเรือไปที่เกาะหมากอีก รวมระยะเวลาในการเดินทางทั้งสิ้นเกือบ 24 ชั่วโมง...
 
               เรือสปีดโบ๊ตที่ผมจะนั่งไปเกาะหมากใช้เวลาประมาณ 45 นาที
              
 
 
 
              แต่ถ้าลำนี้ ก็นั่งรากออกตูดไปเลย เพราะใช้เวลา 3 ชั่วโมง
            
 
 
            ถึงแล้วครับ เกาะมาก ที่ใคร่ครวนหา...(คุ้มค่ามากครับ ฝ่าสายฝน ลื่นลม และแดดเผา)
           
 
 
             ผมเลือกพักที่ บ้านเกาะหมาก ทั้งสี่คืนเลยครับ เราตามไปดูที่พักกันครับ
           
 
 
           หน้าหาดที่พักด้านขวา...
          
 
 
          ด้านซ้าย...
         
 
 
         ทางเข้าด้านหน้าหาดก็จะเจอ บาร์เหล้าให้เมาก่อนเลย...อิอิ
         
 
        
 
 
          ด้านในหลังคาสีส้มนั้นเป็นที่แผนกต้อนรับและห้องอาหาร...
         
 
         ต้องเช็คอินกันก่อนะครับ...
        
 
 
 
         บ้านเกาะหมาก เป็นรีสอร์ทเล็กๆ ตั้งอยู่บนอ่าวขาว ใกล้ๆกับโรงแรม มะกะธาณี และถ้าเดินเลยไป ก็จะเป็น มังกี้ ไอร์แลนด์รีสอร์ท

      มีห้องพักทั้งหมด 17 หลัง ราคาคืนล่ะ 1350 บาท มีแอร์และห้องน้ำในตัว
      ที่พักติดชายหาดเลยทรายขาวดีด้วย ลักษณะห้องพักจะวางตัวกันเป็นรูปครึ่งวงกลม หรือลักษณะคล้ายๆตัวยู คือทุกห้องสามารถมองเห็นทะเลได้
       
 
 
        บางห้องมีเปลหน้าห้อง ส่วนบางห้องมีชิงช้าชาลีไว้นั่นเบาๆๆ   จะมีอยู่สองหลังมั้งที่มีสองห้องในหลังเดียวแต่ไม่มีประตูเชื่อมกันนะ...
        
 
        
 
 
        
 
 
        
 
 
        มาดูห้องพักของผมบ้างดีกว่า...
        ห้องพักหมายเลขสอง ติดทะเลมากๆๆ เอาเป็นว่าถ้าซึนามิมาตายก่อนห้องอื่นแต่วิวสวยโคตรรรรรรรรรรรรรรร.. และผมก้ได้เล็งต้นคูณหน้าห้องหรือไม่ก้ต้นมะพร้าวไว้แล้วเผื่อฉุกเฉิน อะไรก้เกิดขึ้นได้ อิอิ..
        
 
 
         ห้องพักมีผนังห้องสามด้านเป็นกระจก ดูเซ็กส์ซี่มาก พื้นเป็นแบบปูนเปลือยๆ มีเตียงให้หนึ่งเตียง ห้องน้ำในตัว ไม่มีโทรทัศน์และตู็เย็น แต่มีแอร์ให้หนึ่งตัว แค่นี้ผมก็ว่าสวรรค์ย่อมๆแล้ว..
        
 
 
         ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านบนหัวนอน แปลกดีเหมือนกันนะ...
        
 
        
 
 
         หลังจากเวิ่นเวิ้อมาทั้งวันก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้วครับ มื้อนี้ผมฝากท้องที่บ้านเกาะหมากครับ ดูห้องอาหารเขาน่านั่งดีเปิดโล่งรับลมทะเลสุดๆๆ
         
 
         
 
 
           หากใครไม่อยากนั่งในตัวอาคารจะออกไปนั่งกินลมทะเลด้วยที่โตีะบนหาดก้ไม่ว่า กันครับ เห็นพนักงานบอกว่าถ้าช่วงไฮซัซั่นนี่จะมีพวก บาร์บีคิวซีฟู๊ดให้เลือกรับประทานด้วย แป่ว อด...
         
 
 
            อีกมุม ...
         
 
 
         และอาหารมื้อแรกบนเกาะหมากของผมก้คืออออ.. ผ่างงงงงงงงงงงงง! ขอยืนยันว่าทั้งหมดนี้กินคนเดียว(ไม่ค่อยตะกละเลยตู อิอิ)
        
 
 
         เริ่มด้วยกระเพราปลาหมึก จานนี้สั่งเป็นจานแรกบนเกาะเลยนะนี่ เพราะผมชอบกินมาก รสชาติก็พอใช้ได้นะครับ แต่ผมว่ามันออกรสหวานแหลมมามากเกินไปและไม่เผ็ดเ่ท่าที่ควร ยังไม่อูมามิเท่าไหร่ ได้ 6 คะแนน ครับ
        
 
 
         จานที่สองเป็นต้มยำซีฟู๊ด ถ้วยนี้จี๊ดดดดดดดดดจาดมากมาย จนต้องสั่งเบียร์เพิ่ม 55555555+++ ถ้วยนี้ได้ 9 คะแนนครับ.
           
 
 
            และจานสุดท้ายเป็นปลาอินทรีย์แดดเดียวสามรส ภาพที่ผมคิดไว้คือน่าจะประมาณทอดกรอบๆแล้วราดด้วยน้ำราดแบบเหนียวๆ เผ็ดๆ(หรือนี่เขาเรียกว่าราดพริกหว่า) แต่พอเขายกมาเสริ์ฟ ก็ตะลึงไปสามวินาทีเพราะมันกลายร่างมาเป็นอีก อย่าง แต่รสชาติอร่อยดีครับได้ครบสามรส เปรี้ยวหวาน(ถือว่าเป็นรสเดียวกัน 55++) เผ็ด เค็ม ได้ 8 คะแนนครับ ที่แรกจะให้9 แต่ภาพไม่ตรงกับที่คิดไว้(แอบเกรียน)555555555+++
           
 
 
           ไม่น่าเชื่อว่าจะกินเกือบหมด ที่ไม่หมดนี่คือไอ้พวกผักประดับจานน่ะครับ อิ่มมากๆๆ และค่าความสำราญเมื่อนี้หมดไปทั้งสิ้น 600 บาท นอนฝันดีเลยตู

          Kissเดี๋ยวพรุ่งนี้ลุยต่อ...
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 30 Apr 2012 10:47:19 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 30 Apr 2012 11:04:21 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 30 Apr 2012 11:25:45 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 30 Apr 2012 11:32:54 by เจ้าชายดอยตุง

edit @ 17 May 2012 22:27:12 by เจ้าชายดอยตุง